posted on 06 Feb 2010 23:52 by ojazzy
ถ้าให้นึกถึงอาชีพที่ถูกเมินมากที่สุด
คนแจกใบปลิวคงเป็นความคิดแรกๆที่แวบเข้ามาในหัว
จะว่าไปก็น่าสงสารอยู่ไม่น้อย
วันๆต้องออกมายืนตากแดดตากลมตากลม
เพื่อที่จะแจกกระดาษที่ผู้รับไม่ค่อยจะเห็นค่า
ได้รับมา ส่วนมากผ่านตาเพียงชั่วครู่ก็โยนทิ้ง
แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่ามันคุ้มกับที่ต้องโค่นต้นไม้มาทำไหม
ถ้าจะพูดในเชิงธุรกิจอีกสักนิดหนึ่ง
มันคุ้มค่าที่จะลงทุนกับโฆษณาแบบนี้ไหม?
ทั้งค่าออกแบบ ค่าจัดทำ ค่าจ้างคนมายืนแจก
แน่นอนสินค้าหรือบริการของท่านได้ผ่านตาคนเพิ่มขึ้นแน่
แต่มันมีวิธีที่ดีกว่านี้รึเปล่า?
เอาเป็นว่าผมแอบข้องใจกับวิธีการประชาสัมพันธ์ตามตำราวิธีนี้พอสมควร
ปัญหาไม่ใช่แค่เรื่องนี้เท่านั้น
ถึงจะบอกว่าคนแจกใบปลิวมักจะถูกเมิน
แต่ก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่อยากเมินคนเหล่านี้
ก็แน่ล่ะ เห็นคนต้องทนยืนถือกระดาษปึกใหญ่ยื่นให้คนที่ผ่านไปผ่านมาทีละใบๆ
ก็อดจะสงสารไม่ได้
ท้ายที่สุดก็ใจอ่อนรับกระดาษที่ถูกหยิบยื่นมาให้ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้ต้อง
การเลย
คนใจดีเหล่านี้หลายๆคนก็กระอักกระอ่วนใจกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน
ในเมื่อลำบากทั้งคนแจกทั้งคนรับ แล้วจะทำยังไงดีหนอ?
จะให้ไปยกเลิกตำราการตลาดแบบดั้งเดิมก็คงเป็นเรื่องที่เกินตัวไปหน่อย
ผมจึงเลือกวิธีที่ผมคิดว่าดีที่สุดสำหรับผมในการแก้ปัญหานี้
นั่นคือ เลือกรับเฉพาะที่ต้องการรับ ปฏิเสธในสิ่งที่ไม่ต้องการจะรับ
แต่ไม่ใช่การปฏิเสธด้วยการเมินเฉยและเดินผ่านไป
ผมเลือกปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม
และอาจแถมด้วยคำพูดสักเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ”
เพียงเท่านี้ก็อาจดีต่อทั้งสองฝ่าย
การเพิกเฉยเป็นสิ่งที่ออกจะโหดร้ายเกินไปกับคนที่เพียงทำไปตามหน้าที่ของเขา
และไม่ได้ตั้งใจจะรบกวนโดยเจตนา
แต่การรับสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าอภิรมย์ใจเช่นเดียวกัน
ดังนั้นแบ่งรับแบ่งสู้ด้วยวิธีนี้ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง
อย่าลืมว่าสิ่งที่เรารำคาญคือการโฆษณาที่เข้าจู่โจมเรา
หาใช่เพื่อนมนุษย์ที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตนเองไม่
posted on 16 Jan 2010 16:30 by ojazzy
Yareho!! - Rag Fair
"พี่ ผมท้อว่ะ"
"เฮ้ย พี่เข้าใจเว้ย"
"คิดดูดิ ผมทำแทบตาย แต่สุดท้ายก็ไม่เอางานผม"
"เอาน่า"
"โลกนี้มันไม่ยุติธรรมจริงๆว่ะพี่... เฮ้ย พี่ เหล้าหมดแล้ว สั่งเพิ่มให้หน่อยดิ..."
"เฮ้ย พอแล้วๆ แกเมาแล้วนะเว้ย"
"ช่างผมเหอะพี่ ผมมันไม่ได้เรื่อง ก็มีแต่เหล้านี่แหละที่เข้าใจผม"
"พี่ก็เข้าใจแกเว้ย พอๆ"
"ฮือๆๆ"
"เออ ร้องไห้ให้พอเลยเว้ย ร้องไปเลย"
"ฮือๆๆ"
"โลกนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละ พี่ก็เจอมาเยอะ แต่เราจะทำอะไรได้ล่ะ
ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้วนอกจากอดทนยอมรับมัน"
"ฮือๆๆ ผมไม่อยากทำแล้วว่ะพี่ อยากเลิกๆไปให้มันรู้แล้วรู้รอด"
"ถ้าแกคิดจะออกก็ตามใจแก แต่พี่ขอบอกแกไว้อย่างนึง อย่าลืมว่าแกยังมีวันพรุ่งนี้อยู่
ถ้าแกคิดว่าที่แกทำที่ผ่านๆมามันดีแล้วแกก็ทำๆไปเถอะ"
"ผมจะทำต่อไปเพื่ออะไรวะพี่ ในเมื่อผมเจอแบบนี้ประจำ ทำดีให้ตายเท่าไหร่ใครเขาก็ไม่เข้าใจ"
"อย่างน้อยก็เพื่อตัวแกเองเว้ย จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลังว่ารู้อย่างนี้ทำไปตั้งแต่แรกดีกว่า
ใครจะด่าใครจะด่าใครจะว่าช่างเขา ขอเพียงเราทำให้ดีที่สุดก็พอ"
"ฮือๆๆ"
"เข้มแข็งเข้าไว้! พรุ่งนี้จะดีกว่าเดิมเว้ย!"
บทสนทนาระหว่างมนุษย์เงินเดือนฝึกหัดกับมนุษย์เงินเดือนรุ่นใหญ่
ณ ร้านเหล้าเล็กๆแห่งหนึ่งบนถนนสายเหนือ
posted on 13 Jan 2010 16:58 by ojazzy
A Look Around - Sakanaction
ฉันย่ำก้าวอยู่บนเส้นทางสายเดิมอย่างเดียวดาย
จันทราบนท้องนภาส่องประกายอย่างหมองหม่น
แต่อย่างน้อยก็พอจะนำทางให้ฉันก้าวต่อไปได้
แม้ความเหงาจะเกาะกุมจิตใจ
ฉันก็ยังคงเดินต่อไป
ตราบใดที่ฉันยังไม่พบสิ่งนั้น
หากถามฉันว่าสิ่งนั้นคืออะไร
มีความหมายเช่นใด
ฉันคงตอบไม่ได้
ฉันรู้เพียงว่าฉันต้องก้าวต่อไป
แม้จะลำบากเพียงใด ฉันก็ต้องก้าวต่อไป
ลืมเลือนความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
ลืมเลือนบาดแผลจากการล้มลุกคลุกคลาน
ลืมเลือนทุกสิ่ง
และก้าวต่อไป
จันทราทอประกายอยู่บ่นท้องนภาอย่างหมองหม่น
ฉันย่ำก้าวอยู่บนเส้นทางเส้นเดิมอย่างเดียวดาย
ทันใดนั้น ฉันก็เกิดความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
คล้ายว่าฉันจะเคยผ่านเส้นทางสายนี้มาแล้ว
อืม แต่ช่างเถอะ
ฉันคงลืมเลือนมันไปแล้ว
รู้เพียงแต่ว่าฉันต้องก้าวต่อไป
จนกว่าฉันจะค้นพบสิ่งนั้น
สิ่งที่ฉันไม่รู้...
ว่า...
มันคืออะไร...
...
ข้อความจากบันทึกของนักเดินทาง
ค้นพบ ณ เส้นทางสายหนึ่งในวังวนแห่งความบ้าคลั่ง